คุณปิดกั้นตัวเองไม่ให้ก้าวหน้าหรือเปล่า

คุณปิดกั้นตัวเองไม่ให้ก้าวหน้าหรือเปล่า

นานแค่ไหนแล้ว ที่คุณได้ทำ ในสิ่งที่คุณเคยคิดว่าคุณทำไม่ได้? ลองยกตัวอย่างหนึ่งสิ่ง ที่คุณเห็นว่าสำคัญแต่คุณยังทำมันไม่ได้ในตอนนี้ คุณจะเต็มใจพยายามในระดับใด? เพื่อให้เกิดผลใด? เมื่อไหร่?

เชื่อหรือไม่ ว่าคนส่วนใหญ่มีหลายสิ่งที่อยากได้ แต่มีเพียงคนส่วนน้อยเท่านั้นที่ “อยากลงมือ ” ทำเพื่อให้ได้มาในสิ่งที่อยากได้ในบรรดาคนที่อยากลงมือทำ มีแค่จำนวนหนึ่งเท่านั้นที่ “ลงมือทำจริง ๆ”

และในบรรดาคนที่ลงมือทำจริง ๆ มีแค่น้อยคนเท่านั้นที่ “ทำต่อเนื่องจนสำเร็จ”  ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ?

คำตอบที่แท้จริง ไม่ว่าคุณจะเรียกมันว่าความไม่พร้อม ไม่มีเวลา ยังไม่แน่ใจ หรืออะไรก็ตาม ลึก ๆ แล้วมันมีรากฐานมาจากความกลัวนั่นเอง

ทัศนคติใหญ่ที่ปิดกั้นความก้าวหน้าเติบโตของเราคือ ทัศนคติของการกลัวความล้มเหลว ความกลัวนั้นไม่น่ากลัว แต่ผลของมันน่ากลัวมากนั่น คือ การไม่ลงมือทำ หยุดทำกลางคัน และไม่เรียนรู้พัฒนาตนเองจากบทเรียนที่ได้รับ

นักจิตวิทยาชื่อ ดร.แครอล ดเว็ค พูดถึงทัศนคติตรงกันข้ามกันนี้ เรียกว่า Growth Mindset หรือ “ทัศนคติแห่งการเติบโต” ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดความแตกต่างในชีวิตของคนที่ประสบความสำเร็จและคนที่ไม่สำเร็จ ไม่ว่าจะในเรื่องของงาน ความสัมพันธ์ หรือการเรียนก็ตาม

คนที่ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่ไม่มีความกลัว เพียงแต่พวกเขาไม่ได้ถูกพันธนาการโดยความกลัว เขาสามารถลงมือทำได้ เพราะเขามองการกระทำและความท้าทายตรงหน้าว่าน่าสนใจ การมองแบบนี้ทำให้

1. เขาอยากลอง อยากรู้ว่าทำสิ่งนี้แล้วจะเป็นผลอย่างไร
2. เขาใส่ความพยายาม ลงไปในการกระทำต่าง ๆ ไม่เพียงแต่ทำน้อยแล้วคาดหวังผลสูง
3. เขาเรียนรู้ เมื่อผลออกมาจะดีหรือไม่ดีอย่างไร เขาสรุปเป็นบทเรียนเพื่อให้ตัวเองเก่งขึ้นเสมอ
4. เขาแทบจะไม่แบกเอาตัวตนไปด้วยในการทดลองและเรียนรู้ ความผิดพลาดและการล้มเหลวจึงไม่ใช่การตัดสิน

ตัวตนของเขา แต่เป็นไปเพื่อการเรียนรู้เรื่องราวนั้น ๆ เขาสนุกและหมกมุ่นกับการเรียนรู้เสียจนลืมตัวตนไป เขาจึงเห็นแค่บทเรียนและความผิดพลาด ไม่ใช่ เขาผิดพลาด

การฝึกทัศนคติแห่งการเติบโตนี้ จะทำให้คุณลงมือทำอะไรได้ง่ายขึ้น และเมื่อเจออุปสรรคจะไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ ลองมองสิ่งที่คุณให้ความสำคัญ แต่ยังทำมันไม่ได้ในตอนนี้

1. ถามตัวเองว่ามีอะไรบ้างที่น่าสนใจในสิ่งนั้น
2. มีอะไรที่เป็นก้าวเล็ก ๆ ที่คุณจะทดลองทำดูได้บ้าง และจะเรียนรู้แง่ไหน
3. ลงมือทำก้าวเล็ก ๆ นั้น แล้วสรุปบทเรียนเพื่อปรับปรุงตัวเองในก้าวต่อไป

ขอให้สนุกกับการทดลองและเรียนรู้ เพราะคุณกำลังก้าวหน้าเติบโตไปสู่เป้าหมายของคุณ

แบ่งปันเนื้อหานี้:

Facebook
Twitter
LinkedIn
อ.เอ้ อิศรา สมิตะพินทุ
อ.เอ้ อิศรา สมิตะพินทุ

การเรียนรู้ที่สำคัญไม่ใช่แค่รู้วิชา แต่ต้องรู้จักเอาวิชานั้นมาปรับใช้ให้เหมาะสมที่สุดกับตัวเองจนเกิดผลลัพธ์

หัวข้อในบทความนี้

บทความอื่น ๆ

ดูบทความทั้งหมด