061-825-4596
IDLINE : @InspiraNow
Info@InspiraNow.com

เทคโนโลยีกำลังลดความเป็นมนุษย์ไหม ?

คุณกลัวถูกแย่งงานโดยหุ่นยนต์ไหมคะ  

คุณคิดว่างานของคุณอาจถูกแทนที่ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ไหมคะ

ไม่ต้องกลัวนะคะ เกิดแน่ๆ !!!

แต่ข่าวดีคือ มันไม่จำเป็นต้องแย่เหมือนที่คุณคิด

เคยมีผู้จัดการคนหนึ่งเล่าให้ดิฉันฟังว่า ลูกทีมไม่ยอมปรับตัวไปใช้ระบบคอมพิวเตอร์ใหม่ที่บริษัทลงทุนไป ซึ่งเป็นระบบที่เริ่มนำเอาเทคโนโลยี AI หรือปัญญาประดิษฐ์มาใช้  บริษัทคาดหวังว่า การที่พนักงานเริ่มเข้าไปใช้ ระบบนี้จะค่อยๆ สะสมข้อมูล

จนวันหนึ่งสามารถช่วยทำงานวิเคราะห์ได้แม่นยำและรวดเร็ว และง่ายดายกว่าพนักงานที่เป็นมนุษย์เสียอีก 

บริษัทบอกพนักงานว่า ระบบนี้จะมาช่วยให้การวิเคราะห์งานของพวกเรา ง่ายและรวดเร็วขึ้น มีประสิทธิภาพสูงขึ้น

แต่พนักงานได้ยินแบบนั้น ก็กลัวกันไปแล้วว่า วันหนึ่งฉันจะตกงานแน่ เพราะคอมพิวเตอร์จะแทนฉัน และเก่งกว่าฉันอีก

ดิฉันฟังตอนแรก ก็มีความคิดขึ้นในหัวว่า 

มนุษย์นี่แปลกนะ เราไม่อยากทำงาน แต่ก็ไม่กล้าจะว่าง เราโดนสอนให้ทำงานยุ่ง จนกล้วการอยู่ว่างเสียแล้ว 

เราคิดไปก่อนเลยว่า ถ้าว่างมากขึ้นเราจะต้องหมดคุณค่า และต้องได้ค่าตอบแทนน้อยลงแน่ๆ  เราไม่รู้จะทำตัวอย่างไรด้วยซ้ำถ้าเราเกิดมีเวลาว่างมากขึ้น” 


แทนที่จะอยากว่าง เรากลับอยากวุ่น

เราอยู่เฉยๆ หรือแค่นั่งพูดคุยกันไม่ค่อยเป็นแล้ว 

ถ้าเราว่าง เราจะ…..จ้องจอ

Ted Talk ในหัวข้อ Artificial Intelligence will Make the Workplace more Human, not Less มีการแจกแจงที่น่าสนใจมาก  ผู้พูดคือคุณ  Pedro Uria Recio  ซึ่งภายหลังมาเป็น Chief Analytics & AI Officer at True Digital อยู่ที่เมืองไทยนี่เอง

เขาบอกว่าให้พวกเรามองแบบนี้ค่ะ

ในงานของเราทุกคน จะมีงานย่อยๆ จะแบ่งตามธรรมชาติของงานได้ 3 กลุ่มคือ 

  1. Repetitive skills  — พวกงานที่ต้องทำซ้ำๆ ทุกครั้งก็คล้ายๆ เดิม เช่น งานเอกสาร งานใช้แรงงาน  กลุ่มงานพวกนี้ เขาบอกให้คิดไปเลยว่าหุ่นยนต์จะมาแทนที่คุณ 100% แน่ๆ ไม่ช้าก็เร็ว (คำว่าหุ่นยนต์ หมายถึงคอมพิวเตอร์ แอพพลิเคชั่นต่างๆ หรือปัญญาประดิษฐ์ ไม่จำเป็นต้องเป็นหุ่นยนต์ที่มีรูปร่างเป็นตัวๆ นะคะ)
  2. Quantitative skills – พวกงานคำนวณ งานวางแผน ที่ตอนนี้เราต้องใช้แอพลิเคชั่นต่างๆ มาช่วย  กลุ่มงานนี้จะถูกแทนที่ด้วยหุ่นยนต์สัก 50%  เพราะมันยังต้องอาศัยมนุษย์เป็นคนป้อนโจทย์ แปลผลในบริบทจริงซึ่งอาจซับซ้อนและคลุมเครือ ดังนั้น หัวใจสำคัญคือการหัดทำงานกับเทคโนโลยีให้เก่ง ใครใช้เครื่องมือต่างๆ เก่งก็ได้เปรียบ
  3. Functioning skills – พวกงานเกี่ยวกับคนทั้งหลาย เช่น การเป็นผู้นำทีม  การประสานงาน ความเข้าใจผู้อื่น การสื่อสาร การสร้างสัมพันธ์ หรือ งานสร้างสรรค์ต่างๆ   ที่มีชื่อเรียกวา functioning skills ก็เพราะมันเป็นกลุ่มทักษะที่ทำให้องค์ประกอบอื่นๆ มันฟังค์ชั่น หรือทำงานได้ราบรื่นนั่นเองค่ะ    งานกลุ่มนี้หละ ที่หุ่นยนต์จะทดแทนได้ยาก เพราะมันต้องอาศัยทักษะของมนุษย์ที่ยากจะลอกเลียนแบบ

ในภาพใหญ่ ความก้าวหน้าด้านปัญญาประดิษฐ์นี้

จะค่อยๆ บังคับให้มนุษย์ย้ายจากการทำงานซ้ำๆ ไปทำงานที่ใช้ทักษะธรรมชาติของมนุษย์มากขึ้น

นั่นก็คือการเกี่ยวข้องกับคนนั่นเอง

พวกเราไม่ควรต้องทำอะไรที่น่าเบื่อ ซ้ำซากจำเจอ ในเมื่อมนุษย์เป็นสัตว์โลกที่มีจินตนาการ มีความคิดสร้างสรรค์ และสามารถสื่อสารอย่างล้ำเลิศ เราควรเอาศักยภาพที่วิเศษนี้ไปใช้ให้เต็มที่ และเพิ่มความสุขให้ชีวิตมากขึ้น

จริงๆ แล้ว ถ้าเราใช้ทักษะพวกนี้ได้เต็มที่ เราจะมีความสุขมากขึ้น เพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคม

เราถูกออกแบบมาให้อยู่ร่วมกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน

แต่สังเกตไหมคะ เวลาพูดถึงการต้องไปสื่อสาร ต่อรอง รับฟัง ทำความเข้าใจผู้อื่นเพื่อสร้างความร่วมมือ

หลายต่อหลายคนรู้สึกเพลีย นึกถึงประสบการณ์ความขัดแย้งในที่ทำงานที่พวกเราเคยเจอกันมา

ในบทบาทโค้ชและเทรนเนอร์ของดิฉัน ก็ได้พบเจอพนักงานและผู้บริหารหลายคนไม่ค่อยอินกับเรื่องพวกนี้ เห็นว่าเป็นเรื่องยุ่งยากเสียเวลาเรียนและฝึก เพราะทำยากและเห็นผลช้า สู้เอาเวลาไปทำงานดีกว่าทำเรื่องคน  (ซึ่งจริงๆ ไม่ใช่ไม่เห็นคุณค่า แต่เพราะฝึกแล้วยังไม่เก่งเลยไม่อยากฝึก)

ซ้ำร้ายเรายังเรียกทักษะกลุ่ม Functioning Skills นี้ว่า Soft Skills ซึ่งเป็นคำที่เรารู้สึกว่ามันอ่อน ไม่ค่อยสำคัญ  แต่จริงๆ แล้วเป็นทักษะที่หุ่นยนต์จะเลียนแบบได้ยาก

คุณ Pedro ย้ำว่า จริงๆ พวกเรามีความสามารถนั้นอยูในตัวแล้ว เพียงแต่ด้วยระบบการศึกษาและการทำงานในยุคที่ผ่านมานั้นเราเน้นเรื่อง productivity เราคิดกันแต่ทำอย่างไรให้ได้ผลผลิตมาก

พวกเราสอนตัวเองให้ลืมความเป็นมนุษย์เหล่านี้ไป เราเลยทำกันไม่ค่อยเป็นแล้ว

ถ้ามองแบบนี้ เราควรเปิดรับปัญญาประดิษฐ์ และตั้งหลักให้ดีว่าเราจะใช้มันเพื่อทุ่นแรงเรา ปลดปล่อยเราจากการทำงานซ้ำซากที่น่าเหนื่อย  ทำให้เราได้มีเวลามากขึ้นไปทำสิ่งที่เพิ่มความเป็นมนุษย์ เพิ่มความเบิกบานใจในชีวิตของเรา

ดิฉันใช้คำว่า “ตั้งหลัก” อย่างตั้งใจ

เพราะเทคโนโลยีสามารถใช้ไปในทางดีหรือร้ายก็ได้ ขึ้นกับเราจริงๆ

ไว้วันหลังจะมาเล่าประเด็นนี้ต่อค่ะ