061-825-4596
IDLINE : @InspiraNow
Info@InspiraNow.com

ไปต่อไม่ได้ เพราะ Titanic Syndrome

ทำไงจะรอด?

มรสุมโควิดคราวนี้หนักหนามาก ธุรกิจน้อยใหญ่ล้มหายไป คนตกงาน เศรษฐกิจครอบครัวพัง

ดร. นาเดีย เชเซมบาเยว่า (Dr. Nadya Zhexembayeva) เป็นที่ปรึกษาธุรกิจ เจ้าของกิจการ และผู้ก่อตั้ง Reinvention Society ซึ่งช่วยให้ธุรกิจและผู้คนรู้จักการ “ผันเพิ่ม” ตัวเองให้รอดพ้นวิกฤติต่างๆ

เธอเปรียบเทียบความล้มเหลวของธุรกิจ หรือคนที่ปรับตัวไม่ทัน กับการอับปางของเรือไททานิคที่โด่งดัง

เธอเรียกมันว่า “Titanic Syndrome” นั่นคือ 3 สาเหตุที่ทำให้นาวาชีวิตเราล่มท่ามกลางมรสุมคือความเปลี่ยนแปลง

ทำไมไททานิคจึงล่ม? มาดูกันเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มค่ะ 1.ไม่สอดส่องจับสัญญาณการเปลี่ยนแปลง (No Binoculars)

เชื่อไหม เรือที่อลังการที่สุดในยุค ไม่มีกล้องส่องทางไกลในค่ำคืนนั้น!!

จริงๆ น่ะมี แต่ถูกล็อคเก็บไว้ในตู้ บังเอิญเจ้าหน้าที่ถือกุญแจถูกสั่งไม่ให้เข้าร่วมการเดินทางอย่างกระทันหัน เขาเลยลืมส่งต่อกุญแจ ซึ่งภายหลังลูกกุญแจประวัติศาสตร์นี้ถูกนำมาประมูลขายด้วยราคาแพง

2. ได้ยินสัญญาณ แต่ประมาททะนงตน (Arrogance)

เรือละแวกนั้นหลายลำได้พยายามส่งข้อความมาเตือนว่ามีภูเขาน้ำแข็งข้างหน้า แต่คนรับโทรเลขไม่ใส่ใจเพราะเขากำลังยุ่งกับการรับส่งข้อความให้ผู้โดยสารชั้นเฟิร์สทคลาส เช่น “คืนนี้มีเกมโป๊กเกอร์ ใครสนใจบ้าง” “ดอกไม้สำหรับตกแต่งห้องอาหารจะมาพรุ่งนี้” ไททานิคเป็นเรือที่ได้ชื่อว่าสง่างามทรงพลังที่สุดแห่งยุคและ “ไม่มีอะไรแตะต้องได้” ทำให้คณะเจ้าหน้าที่ประมาทและคิดว่า “ไม่มีอะไรหรอก ไม่เป็นไรหรอก”

3. ยึดติดกับความสำเร็จในอดีต (Hold on to past best practices)

ในชั่วโมงที่เกิดเรื่องนั้น คนบัญชาการคือนายต้นเรือวิลเลี่ยม เมอร์ด็อค ผู้มีผลงานในอดีตมากมายที่เขานำเรือรอดพ้นอุบัติเหตุพุ่งชนได้ อันที่จริงก่อนเข้าประจำการไททานิคนั้น เขาเพิ่งช่วยบังคับเรือของสายเดินเรืออาราบิคให้พ้นการชนเรืออีกลำที่วิ่งขวางในความมืดได้สำเร็จ เขาเป็นคนมีชื่อเสียงและเก่งมากในเรื่องนี้

และคืนนั้นเขาได้พยายามใช้วิธีต่างๆ ที่เขารู้และเคยใช้ ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์หลังเหตุการณ์ว่า หากคืนนั้นเขาไม่พยายามและปล่อยให้เรือแล่นชนตรงๆ อาจมีความสูญเสียแต่ไม่ถึง 5 ส่วนเรือ และเรืออาจรอดจากการอับปาง เขาพึ่งพาความรู้ในอดีตมากเกินไป

ดร. นาเดีย บอกว่ามันง่ายมากที่จะโทษภูเขาน้ำแข็งว่าเกะกะ แต่นั่นไม่ช่วยเลย

ก็เหมือนเราโทษไวรัสโควิด โทษรัฐบาล โทษภาคส่วนต่างๆ หรือแม้แต่โทษโชคชะตา

ซึ่งการโทษคนอื่นหรือสิ่งอื่น คือการลดทอนความรับผิดชอบที่เราพึงมีต่อการนำพาชีวิตตัวเอง

จากไอเดียระดับโลก สู่การลงมือทำระดับเรา

เราเพิ่มความมั่นคงในชีวิตได้อย่างไรบ้าง ในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้

1.ศึกษาเทรนด์ในอนาคต โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับอาชีพการงาน หรือธุรกิจของเรา ลดการเสพความบันเทิง เพิ่มการเสพข่าวสารสาระ

2.เพิ่มทักษะใหม่ๆ โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยี และความฉลาดทางอารมณ์

3.ฝึกลงมือทำสิ่งใหม่เพื่อเรียนรู้ อย่ามัวหาข้อมูลจนแน่ใจค่อยลงมือทำ แต่ตั้งคำถามแล้วลงมือทดลองทำเพื่อให้ได้มุมมองใหม่ๆ

เลือกที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองอยู่เสมอ แทนที่จะรอให้กลายเป็นภาคบังคับค่ะ

เมื่อเราฝึกทำเช่นนี้ เราจะเห็นกระแสการเปลี่ยนแปลงเป็นมิตรมากขึ้น เราจะต้อนรับและเรียนรู้เติบโตไปกับมัน แทนที่จะต่อต้านหรือปิดกั้นเพราะกลัว