061-825-4596
IDLINE : @InspiraNow
Info@InspiraNow.com

จิตใจที่เข้มแข็ง ฝึกอย่างไร

ด็อกเตอร์ลูซี่ โฮน (Lucy Hone) สูญเสียลูกสาวอายุ 12 ขวบในอุบัติเหตุรถยนต์ ในเช้าวันแม่ปี 2014

การสูญเสียลูกอย่างกะทันหัน นับเป็นความเจ็บปวดแสนสาหัสของมนุษย์ เพราะคนที่มีลูก มักวาดภาพฝันให้ลูกจะเติบโตงดงาม และคาดหวังให้เราเป็นผู้ไปก่อน

ตลกร้ายก็คือ ลูซี่เป็นนักวิจัยเรื่อง Resilience (ความยืดหยุ่นเข้มแข็งทางจิตใจ) ผู้ซึ่งอุทิศตนในการใช้ความรู้จิตวิทยามาช่วยเพื่อนมนุษย์ผู้ประสบความทุกข์ยากให้ได้เยียวยา ฟื้นฟูตัวเอง และลุกขึ้นมาได้อีกครั้ง

แต่วันนั้น ลูซี่ได้รับบททดสอบของชีวิต เธอเปลี่ยนสถานะจากผู้เชี่ยวชาญที่คอยให้คำแนะนำ มาเป็นผู้รับการเยียวยาเสียเองแบบชั่วข้ามคืน

เธอโยนคำแนะนำที่ “ผู้เชี่ยวชาญ” ทั้งหลายให้ทิ้งไป เพราะเธอรู้สึกว่ามันไม่ช่วยอะไรเท่าไหร่เลย เธอไม่ต้องการคนมาบอกเธอให้เธอเตรียมใจรับว่าจากนี้อีกห้าปีชีวิตจะแย่อย่างไร ไม่ต้องการการประเมินว่าครอบครัวเธอมีความเสี่ยงหย่าร้าง เธอไม่ต้องการคำยืนยันว่าชีวิตเธอน่าเห็นใจ เพราะสิ่งเหล่านี้ทำให้เธอรู้สึกเหมือนผู้ถูกกระทำ สิ้นหวัง และไร้พลัง

หากแต่เธอต้องการความหวัง และต้องการฟันฝ่าประสบการณ์ความทุกข์นี้ไปได้ เธอตัดสินใจว่าจะเรียนรู้และหาวิธีช่วยตัวเองให้รอดจากประสบการณ์นี้

และเธอก็ได้ข้อสรุปมา 3 ข้อ จากการเดินผ่านวันที่มืดมนมาด้วยตัวเอง ซึ่งกลายมาเป็นรากฐานของงานทั้งหมดของเธอ

และนี่คือเคล็ดลับ 3 ข้อที่จะทำให้เราทุกคนมี Resilience เพิ่มขึ้น นั่นคือมีความเข้มแข็งยืดหยุ่นทางใจ อันนำสู่ชีวิตที่มั่นคงขึ้น


ลูซี่บอกว่า คนที่มีความเข้มแข็งยืดหยุ่นทางใจจะคือคนที่ฝึกมองให้เห็นว่า:

1. ความทุกข์เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต — ไม่มีใครเลยไม่เคยทุกข์ คนที่เห็นความจริงข้อนี้จะไม่มองว่าโลกกลั่นแกล้งตน แทนที่เธอจะวนคิดว่า “ทำไมเรื่องนี้ต้องเกิดกับฉันด้วย” เธอกลับคิดว่า “แล้วทำไมเรื่องนี้จะเกิดกับฉันไม่ได้ด้วยเล่า (ทำไมฉันต้องพิเศษกว่าคนอื่นเล่า)” ตอนที่เสียลูกไป เธอบอกตัวเองว่า “นี่คือความจริงของชีวิตในตอนนี้ เป็นเวลาที่ฉันต้องเลือกว่าจะจมน้ำหรือว่ายน้ำ”

น่าเสียดายที่ความจริงข้อนี้เห็นได้ยากขึ้นทุกวัน เพราะเราต่างหันแต่ด้านที่สวยงามของชีวิตมาอวดกันในสื่อโซเชียล เราพยายามให้ตัวเองเชื่อว่าชีวิตที่ดีต้องสดใสสวยงาม แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่อย่างนั้นเลย

2.เราสามารถเลือกโฟกัสในสิ่งดี – สมองมนุษย์มีต่อมเตือนภัยให้เราสังเกตเรื่องร้ายได้ชัด เพราะนั่นคือกลไกที่ช่วยให้เราอยู่รอดจากการถูกเสือกินมาตั้งแต่ยุคมนุษย์ถ้ำ แต่ในปัจจุบันแม้ไม่ถูกเสือกินแล้ว ต่อมเตือนภัยอาจทำงานค้าง เพราะเรารับข่าวแย่ๆ ในสื่อตลอดเวลา และสมองเราแยกแยะไม่ได้ว่านั่นคือแค่ข่าวหรือสิ่งที่เกิดจริงกับตัวเอง คนที่มีความเข้มแข็งยืดหยุ่นทางใจจะไม่ปฏิเสธสิ่งแย่ๆ แต่ก็เลือกสอนให้สมองหัดโฟกัสในสิ่งที่เป็นบวกด้วย ตอนนั้นลูกซี่ย้ำเตือนกับตัวเองว่า “ฉันจะถูกกลืนกินไปกับทุกข์นี้ไม่ได้นะ ฉันต้องรอด ยังมีสิ่งดีๆ รออยู่ในชีวิตมากมาย อย่างน้อยลูกสาวฉันก็ไม่ได้ตายอย่างช้าๆ ด้วยโรคร้ายที่ทรมานเธอ ครอบครัวและเพื่อนฝูงต่างเห็นอกเห็นใจและช่วยเหลือเรา และเรายังมีลูกชายอีกสองคนที่ต้องการเรามาก”

3.สิ่งที่ฉันทำอยู่ตอนนี้ ช่วยฉันหรือฉุดฉัน – มันง่ายมากที่จะเผลอจมกับความเศร้าโศก คนที่มีความเข้มแข็งยืดหยุ่นทางใจจะฝึกหยุดสำรวจตัวเองแล้ว “เป็นผู้เลือก” หลายคืนที่ลูซี่เผลอนั่งดูรูปเก่าๆ ของลูกสาว จิตใจก็เคล้าไปกับความเศร้า เมื่อเธอรู้ตัว เธอจะถามตัวเองว่า “ที่มานั่งดูรูปอยู่แบบนี้ มันช่วยฉันหรือฉุดฉัน” แล้วเธอก็เลือกบอกตัวเองว่า “เอารูปไปเก็บซะแล้วเข้านอนเถิด จงใจดีกับตัวเองด้วย” ฝึกถามตัวเองวันละหลายๆ ครั้ง

ดร. ลูซี่ บอกว่า resilience เป็นสิ่งที่ทุกคนฝึกได้ สิ่งที่คุณต้องการคือความเต็มใจที่จะฝึกและบ่มเพาะให้ตัวเอง

เราทุกคนทำได้ เราสามารถดำเนินชีวิตต่อแม้จะเผชิญความยากลำบาก และก้าวผ่านมันไปได้ในที่สุดค่ะ