061-825-4596
IDLINE : @InspiraNow
Info@InspiraNow.com

5 สิ่งที่คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Growth Mindset

Growth Mindset หรือทัศนคติเติบโต ช่วยปลดล็อคศักยภาพของเรา ทำให้เพิ่มขีดความสามารถ ความภูมิใจในตัวเอง

Dr.Carol Dweck แห่งมหาวิทยาลัย Stanford ได้ศึกษาเรื่องนี้มาอย่างยาวนาน และบริษัทชั้นนำทั้งหลาย เช่น Microsoft, Google, Apple หรือP&G ก็สนับสนุนให้มี Growth Mindset ในองค์กร

แต่ลองมาดูว่ายังมีแง่มุมไหน ที่คนมักจะเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Growth Mindset (GM) อยู่

1. Growth Mindset คือการคิดบวก

เรานึกว่า Growth Mindset (GM) คือต้องมองโลกและมองคนอื่นในแง่ดี  จริงๆ แล้ว GM อาจมีส่วนสัมพันธ์กับการคิดบวก แต่เป็นคนละเรื่องกัน  เช่น เมื่อคุณทำงานผิดพลาด:

ทัศนคติลบ:  “แย่จัง ผิดอีกแล้ว ซวยจริงต้องมาทำงานนี้ ทำไมไม่ไปให้คนอื่นทำนะ”
ทัศนคติบวก: “เอาน่า คนเราพลาดได้ ก็ของเพิ่งหัดนี่นา พี่เขาก็เข้าใจเราด้วย ลองใหม่นะเรา”
ทัศนคติเติบโต (GM): “เออน่าสนใจจังแฮะ ไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิด มีแบบนี้ด้วย ได้เรียนรู้เพิ่มแล้ว คราวหน้าจะลองใหม่แบบนั้นดีกว่า”

ทัศนคติบวก เน้นให้ใจเบาสบาย มีกำลังใจ
แต่ทัศนคติเติบโต ช่วยให้เราเรียนรู้เก่งขึ้น

2. ฉันมี Growth Mindset อยู่แล้วล่ะ

คนส่วนใหญ่มักมีอคติเข้าข้างตัวเอง

ยิ่งบอกว่า Growth Mindset คือทัศนคติเกี่ยวกับการเรียนรู้ ที่เชื่อในเรื่อง “พรแสวง” มากกว่า “พรสวรรค์” แล้วละก็…

คนส่วนมากบอกว่า ฉันมี Growth Mindset เพราะทุกคนคิดว่า “ฉันแสวงหาความรู้มาเยอะนะ เรียนมาก็หลายปี”

แต่ลองนึกดีๆ หากคุณยังมีโมเมนต์ที่คุณลังเล ไม่ทำอะไรบางอย่างเพราะ “ไม่ถนัด ไม่ใช่ฉัน” เช่น

– มีคนขอให้กล่าวเปิด กล่าวอวยพร หรือพูดในห้องสัมมนา – ไม่เอาหรอก เขิน ไม่ถนัด
– ให้ทักคนแปลกหน้า โทรหาคนไม่เคยคุยด้วย – เธอสิ เธอพูดเก่งกว่าฉัน

– ให้ลองนั่งสมาธิ อยู่เงียบๆ – ว๊ายเบื่อตาย ไม่ใช่ช้านนนแน่
– ให้ทำงานฝีมือ เล่นกีฬา ทำงานครัว ศิลปะ – ไม่มีสิ่งนี้ในดีเอ็นเอเลย ผ่านค่ะ ไม่ถนัดเด็ดขาด

นั่นแหละค่ะ สิ่งตรงข้ามกับ Growth Mindset ที่เราเรียกว่า Fixed Mindset ที่มันครอบเราอยู่ ไม่ให้เราลองทำสิ่งใหม่ได้สำเร็จ เราเลยเป็นคนที่นิยามตัวเองแบบแคบๆ โดยไม่ได้ตั้งใจ แต่นึกว่าเราเติบโตเต็มศักยภาพตัวเองแล้ว

ใน #ห้องเรียนอินสปายรา หลายต่อหลายครั้งที่คนมาบอกว่าเขานึกว่าตัวเองมี GM มานาน แต่ได้เห็นตัวเองชัดขึ้นแล้ว

3. มี Growth Mindset คือต้องขยันและทำทุกอย่าง

พอบอกว่า Growth Mindset จะทำให้คน “สนุกเรียนรู้”  คนก็กลัวไปว่า “นี่ฉันต้องเรียนรู้อีกกี่อย่างนี่  ทุกอย่างเลยเหรอ”

คนเข้าใจผิด ว่าถ้ามี Growth Mindset แล้ว ต้องเห็นอะไรๆ สนุกไปหมด เรียนรู้ทุกสิ่งอย่างรอบตัวตลอดเวลา บ้าพลัง ทำงานหนัก ทำทุกอย่าง

แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่อย่างนั้น

คนที่มี Growth Mindset ก็ยังเลือกได้ ว่าจะเรียนรู้สิ่งใด และไม่ใช้เวลากับสิ่งใด 

แต่การเลือกของเขาเป็นเชิงกลยุทธ์  นั่นคือ เลือกใช้เวลากับสิ่งที่ทำให้เขาใกล้เป้าหมายของเขามากขึ้น

ไม่ใช่เรียนรู้อย่างสะเปสะปะ
และไม่ใช่การไม่เรียนรู้เพราะกลัวเหนื่อย กลัวเครียด กลัวทำไม่สำเร็จ

4. Growth Mindset มีไว้สำหรับคนทะเยอทะยาน

เมื่อพูดคำว่าเติบโต คนนึกว่าหมายถึง ได้รับการเลื่อนขั้น ขึ้นเงินเดือน  หรือการทำธุรกิจส่วนตัวที่เติบโต รายได้มากขึ้น

คนจึงนึกว่า Growth Mindset มีไว้สำหรับคนอยากรวยเท่านั้น

แต่จริงๆ ไม่ใช่ 
Growth Mindset บอกว่าเราสามารถเรียนรู้เรื่องอะไรก็ได้ ที่เราคิดว่าดีสำหรับเรา สิ่งนั้นคือความเติบโตของเรา

ไม่ว่าคุณอยากเติบโตด้านการเงิน ภาวะอารมณ์และความสุข สังคม ความรักและความสัมพันธ์ ทักษะความสามารถ หรือแม้แต่ด้านจิตวิญญาณที่เกี่ยวกับพลังศรัทธา

คุณอาจเอาทัศนคติแบบนี้ไปใช้พัฒนาเรื่อง การจัดการความเครียด การผ่อนคลาย งานอดิเรก การเล่นกีฬา การออกกำลังกาย การรักษาสขภาพ การทำงานบ้าน การนั่งสมาธิ การปลูกต้นไม้ การเลี้ยงลูก

คุณสามารถเอาเรื่อง Growth Mindset ไปใช้กับเรื่องอะไรก็ได้ที่คุณอยากทำได้ดีขึ้น

5. คนสำเร็จ คือคนมี Growth Mindset

คนที่สำเร็จมาแล้ว เขาอาจจะไม่ได้มาด้วยวิธี “สนุกเรียนรู้” แต่อาจเป็นวิธีของ “ความกดดัน” ไม่ว่าจะกดดันตัวเอง หรือ ถูกคนอื่นกดดันก็ตาม

มันเป็นความสำเร็จที่ตั้งอยู่บนความกลัว กลัวว่า “ถ้าฉันล้มเหลวล่ะ” “ฉันจะเก่งพอไหม ดีพอไหม”

แบบนั้น ถึงจะสำเร็จ แต่ก็อาจจะเป็นแค่ครึ่งหนึ่งของสิ่งที่เขาจะทำได้ ถ้าหากเขารู้วิธีทะลวงข้อจำกัดตัวเอง

เชื่อไหมว่า แม้ Growth Mindset จะมุ่งความสำเร็จ แต่ในการสร้างสิ่งนี้ คุณต้องไม่เน้นที่จะสำเร็จ

เพราะการเน้น อยากสำเร็จ/กลัวล้มเหลว มากเกินไป ทำให้คุณเกิดความกลัวและไม่สามารถทำได้ต่อเนื่องจนสำเร็จ

หรือบางคน ไม่แม้แต่จะลงมือทำ!

แต่ถ้าเราฝึกที่จะโฟกัสในหัวใจของ Growth Mindset นั่นคือการ “สนุกเรียนรู้” คุณจะสำเร็จได้ง่ายขึ้น และรู้สึกเติมเต็ม  เกิดความภาคภูมิใจในตัวเองอย่างแท้จริง

เขาสามารถทุ่มเท ทำงานหนักได้ ด้วยใจรัก ไม่ใช่ด้วยความรู้สึกเครียดกดดัน และกลัวไม่สำเร็จ

Leave a Reply